สมัครสโบเบท เจาะ 5 ประเด็นร้อน หลังไฟต์หยุดโลก ฟลอยด์ น็อคแม็คเกรเกอร์

สมัครสโบเบท

จบลงไปแล้วสำหรับไฟต์หยุดโลก ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ กับ คอนเนอร์ แม็คเกรเกอร์ ด้วยชัยชนะตามคาดของ “เดอะ มันนี่” แต่ไฟต์นี้ ถือเป็นการชกที่มีประเด็นให้ได้พูดถึงเยอะทีเดียว

สมัครสโบเบท โดยบทวิเคราะห์จากหลายๆสื่อ สามารถสรุปเป็นประเด็นได้ดังนี้

1) การสู้ข้ามศาสตร์กีฬา เป็นเรื่องยากมาก

ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ คือราชาแห่งมวยสากล เขาชกมาแล้ว 49 ไฟต์ ชนะเรียบ ก่อนจะชกอาชีพ เขาก็เริ่มต้นจากมวยสากลสมัครเล่น ลงแข่งโอลิมปิกมาก่อน ดังนั้น จะเห็นว่ามีพื้นฐานในเวทีนี้ ตั้งแต่วัยรุ่น

แม็คเกรเกอร์ อาจเป็นสุดยอด ในเวทีมวยกรง และทรงมวยสากล ก็ไม่น่าเกลียดนัก แต่ เมื่อมาเทียบกับนักมวยอาชีพจริงๆ มันคนละเรื่อง การออกหมัดแย็บ การหลบหมัด เราเห็นเลยว่ามันยังไม่ใช่

แล้วเมื่อต้องมาเจอกับเมย์เวทเธอร์ ที่เป็นราชาไร้พ่าย ที่แม้แต่นักมวยระดับโลกยังไม่มีใครเคยชนะ มันแทบเป็นไปไม่ได้ ที่ แม็คเกรเกอร์จะชนะได้

ในอดีต เราเห็นนักกีฬา ระดับโลกหลายคน เปลี่ยนสายกีฬา อย่างไมเคิล จอร์แดน ราชาบาส โยกไปแข่งเบสบอลในช่วงสั้นๆก็ไม่ประสบความสำเร็จ

หรือ โทนี่ โรโม่ นักอเมริกันฟุตบอล เคยไปแข่งกอล์ฟยูเอสโอเพ่น ก็ตกรอบตั้งแต่รอบคัดเลือก

ใช่ มวยสากล กับ มวยกรง เป็นกีฬาต่อสู้เหมือนกัน แต่ศาสตร์มันคนละแบบ และไม่มีทางที่ คนไม่เคยต่อยมวยสากลมาก่อน จะเอาชนะแชมป์โลกได้

2) เมย์เวทเธอร์ประสบการณ์เหนือกว่าชัดเจน

เมย์เวทเธอร์ อ่านเกมได้ยอดเยี่ยม เขารู้ดีว่า สภาพร่างกาย เป็นรองแม็คเกรเกอร์ น้ำหนักรวมน้อยกว่า อายุเขามากกว่าเป็นสิบปี ดังนั้นถ้าจะเอาชนะ ก็ต้องใช้ความสามารถเชิงมวย และแผนการที่แยบยล

เมย์เวทเธอร์ อาจปล่อย ให้แม็คเกรเกอร์ได้ใจไปก่อนในช่วง 1-4 ยกแรก ล่อให้ใช้พลังงานให้หมด ฟลอยด์ ก็แค่ป้องกันตัวให้ดีที่สุด ไม่ต้องโดนหมัดน็อกของแม็คเกรเกอร์ก็แค่นั้น หมัดที่ดูเหมือนโดนจังๆ ฟลอยด์ คำนวณไว้แล้วว่าไม่ใช่หมัดที่จะเอาเขาลงได้

จากนั้น ช่วงหลังๆ พอแม็คเกรเกอร์หมดแรงแล้ว เขาก็เดินหน้าบุก ค่อยๆตอด ค่อยๆสะสมความเจ็บปวดไปเรื่อยๆ จากนั้นยก 9 ยก 10 ก็ได้เวลายำ ปิดบัญชี และเกมก็โอเวอร์ ในยก 10 นี่เอง

3) แม็คเกรเกอร์ทำได้ดีกว่าที่หลายคนคาด

การยื้อได้ถึงยก 10 ถือว่าทำหลายคนเซอร์ไพรส์เหมือนกัน เพราะสื่อต่างประเทศคาดการณ์ไว้ว่า ยก 5-6 ก็น่าจะจบได้แล้ว
ในมวยกรง จะมีการชกกันแค่ 5 ยกเท่านั้น เทียบไม่ได้กับ ต่อย 12 ยกของมวยสากล ซึ่งคนที่จะยืนหยัดในมวยสากลครบยกได้ ต้องผ่านแมตช์ เทรนนิ่ง มาหลายๆไฟต์

บนเวทีจริง ไม่เหมือนซ้อมลงนวมทั่วไป การโดนไล่กดดันตลอด ก็ทำให้ระบบหายใจไม่ปกติ และเหนื่อยเร็วกว่าที่ควรจะเป็นแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ คนที่ไม่เคยชกมวยสากลอย่างแม็คเกรเกอร์ ก็ยากที่จะคำนวณถูก

แต่ในภาพรวม เขาทำได้ดี โดยเฉพาะช่วงต้น การแย็บ เหมือนคนเป็นมวยมานาน และพยายามสู้ยิบตา แม้จะรู้ว่า สู้ไม่ได้ก็ตามที

4) เมย์เวทเธอร์ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่

ฟลอยด์ คว้าชัยชนะ 50 ไฟต์ ติดต่อกัน และไม่แพ้ใครเลย ทำลายสถิติเดิมอันคงกระพัน ของร็อคกี้ มาร์เซียโน่ ลงได้ โดย ร็อคกี้ ทำไว้ที่ 49 ไฟต์เท่านั้น

หลังจากฟลอยด์ เอาชนะอันเดร เบอร์โต้ ได้ในปี 2015 หลายคนคิดว่า เขาจะเลิกชกไปเลย และปิดฉากชีวิตนักมวยไว้แค่ 49 ไฟต์ แต่เจ้าตัวในวัย 40 ขึ้นชกอีกครั้ง และเอาชนะได้สำเร็จ ทำสถิติสูงสุดตลอดกาล ของมวยสากล

เป็นอีกครั้งที่เมย์เวทเธอร์ ประกาศว่าจะรีไทร์ จากวงการ แต่คราวนี้ เจ้าตัวอาจพูดจริง เพราะไม่เหลือความท้าทายอะไรอีกแล้ว เขาชนะนักมวยชั้นนำทุกคนบนโลก และทำสถิติจารึกขึ้นมาในหน้าประวัติศาสตร์ และจากนี้ไป ก็คงได้เวลาที่จะพักผ่อน และเริ่มทำธุรกิจด้านอื่นต่อไป

5) แม้จะแพ้หรือชนะ แต่ทั้งคู่ทำเงินมหาศาล

หลังจากจบศึก เมย์เวทเธอร์ กับ ปาเกียว ก็ไม่มีคู่ชกคนไหน ที่จะสร้างรายได้ ให้กับวงการมวยได้ขนาดนั้นอีก ซึ่งแม้ฟลอยด์ จะมีชื่อเสียง แต่ การหาคู่ปรับที่จะช่วย สร้างมูลค่าของไฟต์ มันไม่มีเลย จนกระทั่งการพุ่งขึ้นมาท้าทายของแม็คเกรเกอร์

การต่อยข้ามสาย สร้างความตื่นเต้นให้แฟนๆมวย ส่งผลให้ไฟต์นี้ได้รับการตอบรับที่ดี ทั้งเพย์เพอร์วิว และสปอนเซอร์มหาศาล ซึ่งในไฟต์นี้ คาดว่า แม็คเกรเกอร์รับเงินเพียวๆ 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2625 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าที่เขาเคยต่อยมวยกรงมาตลอดชีวิตเสียอีก

ขณะที่เมย์เวทเธอร์ รับเงินไปราว 200 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 7000 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าที่เขาได้รับ ในไฟต์ ชกกับแมนนี่ ปาเกียวเสียอีก